วันพุธที่ 13 กรกฎาคม พ.ศ. 2559

02 วัดพระธรรมกายส่งมอบอาหารแห้งช่วยเหลือวัด 4 จังหวัดชายแดนภาคใต้

ถ้าชาวพุทธไม่ช่วย แล้วใครจะช่วยพระภาคใต้
มูลนิธิธรรมกายโดยพระเทพญาณมหามุนี (หลวงพ่อธัมมชโย)
ส่งแรงใจและอาหารแห้งน้อมถวายแด่พุทธบุตร
ผู้หยัดสู้อยู่ใน ๔ จังหวัดภาคใต้มานานกว่า ๑๒ ปี


จากวารสารอยู่ในบุญฉบับเดือนกรกฎาคม พ.ศ.๒๕๕๙

      จากเหตุการณ์ความไม่สงบที่เกิดขึ้นใน ๔ จังหวัดภาคใต้ (๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้และ ๔ อำเภอของจังหวัดสงขลา) เป็นเวลากว่า ๑๒ ปี ส่งผลให้การใช้ชีวิตของคนในพื้นที่เปลี่ยนไป เพราะต้องระมัดระวังไม่ให้เกิดอันตรายขึ้นกับตัวเองและครอบครัว ซึ่งพวกเขาก็ไม่สามารถรู้ได้ว่าเหตุการณ์จะเกิดที่ไหน เมื่อไรอย่างไร ทำให้ชาวบ้าน ข้าราชการ ทหาร ตำรวจ ได้รับผลกระทบ พระภิกษุ-สามเณรก็ไม่สามารถทำกิจของท่านได้เหมือนเดิมไม่สามารถบิณฑบาตเหมือนแต่ก่อนได้

     
จากเหตุการณ์นี้ทำให้ภัตตาหารที่พระภิกษุสามเณรจะนำมาขบฉันในทุก ๆ วันหายากยิ่งขึ้น ญาติโยม สาธุชนก็ไม่กล้าที่จะไปทำบุญวัดกลายเป็นค่ายทหารย่อม ๆ เพราะทหารต้องมาอยู่ดูแลเฝ้าวัด บางวัดเหลือเพียงเจ้าอาวาสรูปเดียว กิจนิมนต์ก็ไม่มี ปัจจัยที่จะบำรุงวัดหรือจ่ายค่าน้ำ ค่าไฟ ก็ไม่เพียงพอ ทำให้เกิดผลกระทบต่อวัด ต่อพระภิกษุใน ๔ จังหวัดภาคใต้เป็นอันมาก

 
      แต่ในเรื่องร้ายก็ย่อมมีเรื่องดีอยู่เสมอจากเหตุการณ์นี้ทำให้หน่วยงานภาครัฐและเอกชนยื่นมือเข้ามาช่วยเหลือผู้ประสบเหตุอย่างมากมาย และมีหน่วยงานหนึ่งที่ให้ความช่วยเหลือมาตลอดเป็นเวลากว่า ๑๒ ปีแล้ว คือวัดพระธรรมกายและมูลนิธิธรรมกาย ที่มอบข้าวสารอาหารแห้งจากโครงการตักบาตรพระ ๒ ล้านรูป ที่จัดขึ้นในทุก ๆ จังหวัดของประเทศไทย

    
เมื่อวันที่ ๔ มิถุนายน พ.ศ. ๒๕๕๙ ที่ผ่านมาวัดพระธรรมกายและมูลนิธิธรรมกายก็มอบข้าวสารอาหารแห้ง จำนวนกว่า ๓๐ ตัน โดยพระภาวนาธรรมวิเทศ ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดพระธรรมกาย เป็นผู้แทนในการมอบ และคณะสงฆ์จากจังหวัดยะลาและนราธิวาสเป็นผู้แทนในการรับมอบข้าวสารอาหารแห้งในครั้งนี้ ณ สำนักงานใหญ่มูลนิธิธรรมกาย



    
จากนั้น ข้าวสารอาหารแห้งได้ลำเลียงโดยรถสิบล้อ เริ่มจากวัดพระธรรมกายไปถึงศูนย์อบรมเยาวชนเมืองนราธิวาส (บ้านร่มเย็น ) โดยใช้เวลาเดินทางกว่า ๑๘ ชั่วโมง ผ่านระยะทางกว่า ๑,๒๐๐ กิโลเมตร และผ่านด่านทหารกว่า ๓๐ ด่าน ก่อนจะถึงจุดหมาย

     
เมื่อเวลา ๑๐.๐๐ น. ของวันที่ ๖ มิถุนายนรถสิบล้อที่มีข้าวสารอาหารแห้งเดินทางไปถึงศูนย์อบรมเยาวชนเมืองนราธิวาส (บ้านร่มเย็น)อย่างปลอดภัย และได้กำลังจากพี่ ๆ ทหารที่รักษาความสงบสุขอยู่ในพื้นที่มาช่วยขนข้าวสารอาหารแห้งลงจากรถ โดยมีทีมงานพระอาจารย์ ญาติโยม สาธุชน รวมถึงบรรดาทหารทั้งหลายช่วยกันจัดเตรียมสถานที่เพื่อทำพิธีมอบข้าวสารอาหารแห้งในวันรุ่งขึ้น

    
และแล้ววันสำคัญที่ทุกคนเฝ้ารอก็มาถึงพิธีมอบข้าวสารอาหารแห้งจากโครงการตักบาตรพระ ๒ ล้านรูป ๗๗ จังหวัดทุกวัดทั่วไทย จัดขึ้นโดยมีท่านประธานสงฆ์คือ พระครูพิพัฒนบุญเขต เจ้าคณะอำเภอเมืองนราธิวาส เจ้าอาวาสวัดเขานาคา ประธานฝ่ายฆราวาส คือ คุณวีรพัฒน์ แจ้งศิริ



     
พิธีในครั้งนี้มีวัดและสำนักสงฆ์มารับข้าวสารอาหารแห้งกว่า ๑๐ แห่ง หน่วยงานราชการ โรงเรียน มารับข้าวสารอาหารแห้งกว่า ๑๐ หน่วยงาน รวมถึงพี่น้องประชาชนที่ได้รับความเดือนร้อนจากเหตุการณ์ความไม่สงบในพื้นที่จังหวัดนราธิวาสก็มารับข้าวสารอาหารแห้งกว่า ๑๐๐ คน

    
บรรยากาศในงานวันนี้เต็มไปด้วยความอบอุ่นและอิ่มเอิบใจ แม้ว่าแต่ละครอบครัวแต่ละหน่วยงาน ได้รับสิ่งของไปไม่มาก แต่ก็รับไปด้วยความเต็มใจ และปลื้มใจที่พี่น้องชาวไทยพุทธภาคอื่น ๆ ทั่วประเทศไทยยังเห็นความสำคัญ เห็นความเดือนร้อนของผู้อยู่ในพื้นที่แห่งนี้ และไม่ทอดทิ้ง ไม่ดูดายปล่อยให้โดดเดี่ยว แต่ยังคงส่งสิ่งของและกำลังใจไปมอบให้เป็นประจำ


      ข้าวสารอาหารแห้งที่นำไปถวายคณะสงฆ์และมอบให้ทหาร ตำรวจ พี่น้องประชาชนในพื้นที่มีความสำคัญเพียงไรนั้น ลองมาดูความเห็นจากพระรูปหนึ่ง คือ พระกิตติชัย กิตฺติสาโร เจ้าอาวาสสำนักสงฆ์เขมาราม ซึ่งท่านเปิดใจว่า “พระที่อยู่ใน ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ที่อยู่ได้ทุกวันนี้เพราะวัดพระธรรมกายส่งความช่วยเหลือไปให้ทุกเดือน ไม่ว่าจะเป็นข้าวสาร อาหารแห้งหรือจตุปัจจัย รวมถึงยังมีพิธีถวายสังฆทาน ๓๒๓ วัด ที่วัดพระธรรมกายจัดขึ้นทุกเดือนเพื่อให้กำลังใจในการหยัดสู้อยู่ในพื้นที่ จึงขอขอบคุณหลวงพ่อธัมมชโยมากที่ไม่ทิ้งกันยังส่งความช่วยเหลือมาตลอด”




พระครูพิพัฒนบุญเขต  เจ้าคณะอำเภอเมืองนราธิวาส เจ้าอาวาสวัดเขานาคา (ซ้าย)

 

     
ในเช้าวันรุ่งขึ้น ทีมงานมอบข้าวสารอาหารแห้งเดินทางต่อไปยังอำเภอสุคิริน จังหวัดนราธิวาส เพื่อนำข้าวสารอาหารแห้งไปมอบแด่คณะสงฆ์และผู้ได้รับความเดือดร้อน ซึ่งครั้งนี้ทำพิธีมอบที่วัดสุคิรินประชาราม อำเภอสุคิริน จังหวัดนราธิวาส โดยมีชาวบ้านจากชุมชนต่าง ๆ ในอำเภอสุคิรินมารับข้าวสารอาหารแห้งกว่า ๑๐๐ คน นอกจากนี้ ยังนำข้าวสารอาหารแห้งส่วนหนึ่งไปมอบให้วัดต่าง ๆ ที่อยู่ในอำเภอสุคิริน ซึ่งช่วยให้บางวัดที่ออกไปบิณฑบาตไม่ได้นำข้าวสารอาหารแห้งเหล่านี้มาทำเป็นภัตตาหาร

    
ในโอกาสนี้ เจ้าอาวาสแต่ละรูปต่างพูดเป็นเสียงเดียวกันว่า “ขอขอบคุณหลวงพ่อธัมมชโยที่นำข้าวสารอาหารแห้งมามอบให้ และจัดพิธีถวายสังฆทาน ๓๒๓ วัดอยู่เป็นประจำทุกเดือนสิ่งเหล่านี้เป็นกำลังใจให้พวกเราหยัดสู้ยืนอยู่ในพื้นที่ต่อไป”

 

   
หลังจากนี้ ทีมงานนำข้าวสารอาหารแห้งไปมอบตามค่ายทหารพราน โรงเรียนและบ้านของพี่น้องประชาชนที่อยู่ในพื้นที่อันตรายครั้งนี้มีทหารพรานท่านหนึ่งที่รักษาพื้นที่เล่าให้ฟังว่า “บริเวณที่พวกเราอยู่นี้ คือ บริเวณที่มีเหตุการณ์ยิงชาวพุทธตาย ๔ ศพ และเผาทันทีเป็นเหตุการณ์ที่สะเทือนใจชาวพุทธมาก ถ้าพวกเราไม่ได้มารักษาพื้นที่ตรงนี้ ก็อาจจะมีเหตุการณ์แบบนี้เกิดขึ้นอีก ขอขอบคุณทีมงานที่มาเยี่ยมและให้กำลังใจ รวมถึงยังนำข้าวสารอาหารแห้งมามอบให้ ขอขอบพระคุณหลวงพ่อธัมมชโยที่เป็นห่วงชาวพุทธใน ๓ จังหวัดชายแดนใต้ ขอขอบคุณครับ พวกผมจะขอยืนหยัดต่อสู้กับเหตุการณ์ความไม่สงบต่อไป”
 


    
เป็นเวลากว่า ๑๒ ปีแล้วที่วัดพระธรรมกายเป็นหน่วยงานหลักที่มอบความช่วยเหลือให้อย่างต่อเนื่อง โดยให้ความช่วยเหลือวัดในพื้นที่ ๔ จังหวัดภาคใต้ หน่วยงานราชการ โรงเรียนและญาติโยมสาธุชน ที่ได้รับความเดือดร้อนจากเหตุการณ์ความไม่สงบ ซึ่งทางวัดพระธรรมกายก็ตั้งใจที่จะให้ความช่วยเหลือต่อไปจนกว่าเหตุการณ์ความไม่สงบในพื้นที่จะหายไป ทั้งนี้โดยได้รับการสนับสนุนอย่างดียิ่งจากพุทธบริษัท ๔ ดังโอวาทของพระเทพญาณมหามุนี (หลวงพ่อธัมมชโย) เจ้าอาวาสวัดพระธรรมกาย ที่ว่า “พุทธบริษัท ๔ ต้องเป็นหนึ่งเดียวกัน เหมือนดวงตะวันที่มีดวงเดียว”
 

01 พิธีถวายสังฆทาน 323 วัด 4 จังหวัดภาคใต้ ยะลา ปัตตานี นราธิวาส สงขลา ปีที่ 11 ครั้งที่ 109 วัดพุทธภูมิ จ.ยะลา

พิธีถวายสังฆทาน 323 วัด 4 จังหวัดภาคใต้ ยะลา ปัตตานี นราธิวาส สงขลา ปีที่ 11 ครั้งที่ 109 วัดพุทธภูมิ จ.ยะลา

ปฐมเริ่มพิธีถวายสังฆทานจาก 238 วัด สู่ 323 วัด ในปัจจุบัน


      เมื่อปีพุทธศักราช 2547 ได้เกิดเหตุการณ์ความไม่สงบในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ในจังหวัดนราธิวาส ยะลา และปัตตานี  จากนั้นเริ่มทวีความรุนแรงขึ้น จนเป็นเหตุให้พระภิกษุสงฆ์ได้รับอันตราย  และมีความยากลำบากในการประกอบกิจของสงฆ์ จนบางวัดต้องประกาศงดออกบิณฑบาต ซึ่งส่งผลกระทบต่อขวัญ และกำลังใจของพุทธศาสนิกชนในพื้นที่เป็นอย่างมาก โครงการช่วยเหลือพุทธบุตร 238 วัด 3 จังหวัดภาคใต้”  จึงได้เกิดขึ้นโดยดำริของพระเทพญาณมหามุนี (หลวงพ่อธัมมชโย) เจ้าอาวาสวัดพระธรรมกาย และประธานมูลนิธิธรรมกาย  


ปฐมเริ่มพิธีถวายสังฆทานแด่คณะสงฆ์ 238 วัด ครั้งที่ 1
    ปฐมเริ่มพิธีถวายสังฆทานแด่คณะสงฆ์ 238 วัด ,พิธีทำบุญอุทิศส่วนกุศลแด่ผู้วายชนม์ จัดขึ้นครั้งแรกเมื่อวันที่ 7 มิถุนายน พ.ศ.2548 ณ วัดมุจลินทวาปีวิหาร อ.เมือง จ.ปัตตานี และวันที่ 8 มิถุนายน พ.ศ.2548 ณ วัดทองดีประชาราม จังหวัดนราธิวาส คลิกเพื่อชมภาพ โดยพระเทพญาณมหามุนี ได้มอบหมายให้พระครูปลัดภูเบศ ฌาณาภิญโญ ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดพระธรรมกาย พร้อมด้วยคณะพระภิกษุจากชมรมพระกัลยาณมิตรทั่วประเทศนำปัจจัยไทยธรรมไปมอบแด่คณะสงฆ์ใน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้         

     ต่อมาในการจัดงานครั้งที่ 5 เมื่อเดือนตุลาคม พ.ศ.2548 ณ จังหวัดปัตตานี ได้เพิ่มจำนวนวัดที่เข้าร่วมโครงการอีก 28 วัด รวมเป็น 266 วัด และเดือนมิถุนายน  พ.ศ. 2554 ได้จัดพิธีถวายสังฆทาน ณ โรงแรมมารีน่าสายธาร  อำเภอสุไหงโก-ลก จังหวัดนราธิวาส  มีวัดเข้าร่วมโครงการเพิ่มอีก 20 วัด รวมเป็น 286 วัด ใน 4 จังหวัดชายแดนภาคใต้ จนกระทั่งในเดือนกรกฎาคม 2555 ได้เพิ่มขึ้นเป็น 323 วัด

พระครูปลัดภูเบศ  ฌานาภิญโญ  ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดพระธรรมกาย
เดินทางไปเยี่ยมอาการพระธวัชชัย  ไชยหมาน  พระลูกวัดวาฬุการาม
ที่ถูกคนร้ายลอบยิ่งขณะออกบิณฑบาต ณ โรงพยาบาลยะลา เมื่อวันที่ 13 มิถุนายน  พ.ศ. 2552 

    พระครูปลัดภูเบศ ฌาณาภิญโญ ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดพระธรรมกาย ได้เล่าว่า การจัดงานครั้งแรกๆ พระในพื้นที่ส่วนใหญ่ท่านคิดว่า วัดพระธรรมกายคงจะเหมือนหมู่คณะอื่นๆ ที่ลงมาแจกข้าวของแล้วทำข่าว พอออกข่าวเสร็จก็เงียบหายไป และพระส่วนใหญ่ท่านก็เคยได้อ่านข่าวจากหนังสือพิมพ์ ที่มีการโจมตีพระเดชพระคุณหลวงพ่อ โจมตีวัดพระธรรมกาย ด้วยข้อมูลที่คลาดเคลื่อนมาโดยตลอด ทำให้พระส่วนใหญ่ท่านยังเฉยๆ อยู่ ต่อเมื่อเราลงไปจัดงานเป็นประจำทุกเดือน ท่านจึงเริ่มเห็นความจริงใจว่า เราตั้งใจไปช่วยท่านจริงๆ และพร้อมหยัดสู้เคียงข้างท่าน ไม่ปล่อยให้ท่านสู้อย่างโดดเดี่ยว

   
ในส่วนของทางราชการ ใหม่ๆ เขามองเราคล้ายที่พระท่านมอง คือ นึกว่าเราไปแบบฉาบฉวย แต่เรารู้ดีว่าปัญหามันยังมีอีกเยอะและยังไม่ได้รับการแก้ไข  ถ้าเราจบแบบที่เขาทำๆ กัน นั่นหมายถึงว่า พระคงจะอยู่กันอย่างลำบาก ก็ทำกันมาอย่างต่อเนื่อง พอจัดงานผ่านไป 4 ครั้ง พบว่ายังอีก 2 อำเภอ ในจังหวัดสงขลา คือ อำเภอเทพา อำเภอสะบ้าย้อย ที่คณะสงฆ์ได้รับผลกระทบจากความรุนแรงในพื้นที่มากเช่นกัน จึงผนวก 2 อำเภอให้เข้ามาร่วมโครงการด้วย และพิธีในครั้งที่ 5 ก็ได้เปลี่ยนชื่อจากเดิม คือ 238 วัดมาเป็น 266 วัด 4 จังหวัดภาคใต้ ตั้งแต่นั้นมา (ปัจจุบัน คือ 323 วัด จังหวัดปัตตานี 103 วัด จังหวัดยะลา 75 วัด จังหวัดนาราธิวาส 97 วัด จังหวัดสงขลา 48 วัด)

มอบกองทุนหนุนแรงใจช่วยครูใต้ 

   
เมื่อคณะครูที่ปฏิบัติหน้าที่ต่างได้รับความเดือดร้อนจากเหตุการณ์ความไม่สงบ พระเทพญาณมหามุนี (หลวงพ่อธัมมชโย) ได้มีดำริจัดตั้งกองทุนหนุนแรงใจช่วยครูใต้ เพื่อเป็นขวัญและกำลังใจให้คุณครูผู้หยัดสู้รักษาผืนแผ่นดิน โดยจัดให้มีพิธีมอบกองทุนหนุนแรงใจช่วยครูใต้ ครั้งแรกเมื่อวันเสาร์ที่ 15 ธันวาคม พ.ศ.2549 ณ หอศิลปวัฒนธรรม มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตปัตตานี อำเภอเมือง  จังหวัดปัตตานี และจัดต่อเนื่องทุกเดือนจนถึงปัจจุบันเป็นครั้งที่ 53 (มิถุนายน พ.ศ.2555) 

พิธีมอบกองทุนหนุนแรงใจช่วยครูใต้
การนำอาหารโครงการตักบาตรพระ ล้านรูปฯ บรรเทาความเดือดร้อน 4 จว.ชต.

     
โดยตลอดระยะเวลากว่า 4 ปี ที่วัดพระธรรมกายและมูลนิธิธรรมกาย พร้อมด้วยองค์กรภาคีทั้งภาครัฐและเอกชน  นำข้าวสารอาหารแห้งที่ได้จากโครงการตักบาตรพระ 2 ล้านรูป 77 จังหวัด ทุกวัดทั่วไทย ไปมอบแด่พระสงฆ์ ทหาร ตำรวจ ครู นักเรียน และประชาชนในพื้นที่ 4 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ทุกเดือน(ยกเว้นช่วงน้ำท่วมใหญ่ ปี 2554 ที่นำไปช่วยเหลือผู้ประสบภัยน้ำท่วม) เป็นจำนวน 302 คันรถสิบล้อ น้ำหนักสิ่งของช่วยเหลือคันละ 12 ตัน คิดเป็นน้ำหนักรวมข้าวสารอาหารแห้ง เครื่องอุปโภค บริโภคที่นำไปช่วยภาคใต้ 3,624 ตัน

   
นอกจากนี้ ในปลายปี 2554 ประเทศไทยเกิดมหาอุทกภัยใหญ่ วัดพระธรรมกายและมูลนิธิธรรมกายนำถุงยังชีพไปช่วยเหลือผู้ประสบภัยน้ำท่วม 30 จังหวัด จำนวน 400,000 ชุด  อีกส่วนหนึ่งยังนำไปช่วยเหลือผู้ประสบภัยต่างๆ ทั่วประเทศอีกด้วย

วันศุกร์ที่ 8 กรกฎาคม พ.ศ. 2559

2.มัชฌิมธรรมทายาทหญิง อัยรินทร์ ฤทธิวงศ์ภัทร

 มัชฌิมธรรมทายาทหญิง อัยรินทร์ ฤทธิวงศ์ภัทร
มัชฌิมธรรมทายาทหญิง อัยรินทร์ ฤทธิวงศ์ภัทร
        หนูชื่อ อัยรินทร์ ฤทธิวงศ์ภัทร หรือ น้องอ๋อ อายุ 14 ปีเจ้าค่ะ หนูเป็นอาสาสมัครอยู่กองรักษาบรรยากาศค่ะ วันแรกที่นั่งสมาธิหนูฟุ้งซ่านมากเลย หนูอยากเห็นดวงแก้วมาก แต่ก็ไม่เห็นสักที จนพระอาจารย์สอนว่า “ให้ทำใจเฉยๆ อย่าอยากเห็น” หนูก็เลยปรับใจใหม่ หนูนั่งไปเฉยๆ โดยนึกถึงสิ่งที่หนูคุ้นเคยที่สุด นั่นคือจุดสติ๊กเกอร์สีเหลือง เพราะหนูและเพื่อนๆกองรักษาบรรยากาศ ต้องเอาจุดสติ๊กเกอร์สีเหลืองมามาร์คเป็นตำแหน่งทุกวันอาทิตย์ หนูนั่งนึกถึงแต่จุดสติ๊กเกอร์สีเหลือง สมาธิก็นิ่งขึ้น ไม่คิดฟุ้งซ่าน แล้วจู่ๆจุดสติ๊กเกอร์สีเหลืองก็เริ่มใส กลายเป็นดวงแก้วใสบริสุทธิ์เลยค่ะ แล้วจากดวงแก้วเล็กๆก็ขยายใหญ่ขึ้นเรื่อยๆจนคลุมตัวหนู มีแสงสว่างเต็มไปหมดเลยค่ะ หนูรู้สึกว่าตัวเบา สบาย เหมือนไร้น้ำหนัก ใจก็นิ่งมาก ไม่คิดว่าจะนิ่งได้ขนาดนี้ พอลืมตาแล้วดวงแก้วก็ยังเปล่งประกายตลอดเวลา ไม่ว่าจะนั่งนอนยืนเดินก็จะเห็นดวงแก้วตลอดเลยค่ะ แล้วหนูก็จะชอบอธิษฐานถึงคุณครูไม่ใหญ่ ขอให้คุณครูไม่ใหญ่มีสุขภาพแข็งแรง ให้อยู่เป็นเนื้อนาบุญให้กับทุกๆคนไปนานๆ หนูดีใจจังเลยค่ะที่สามารถเอาดวงแก้วมาฝากคุณครูไม่ใหญ่ได้ หนูได้ทำสิ่งสำคัญที่สุดสำเร็จแล้วค่ะ
 ภาพวาดประสบการณ์ภายในของมัชฌิมธรรมทายาทหญิง อัยรินทร์ ฤทธิวงศ์ภัทร
ภาพวาดประสบการณ์ภายในของมัชฌิมธรรมทายาทหญิง อัยรินทร์ ฤทธิวงศ์ภัทร
 มัชฌิมธรรมทายาทหญิง อัยรินทร์ ฤทธิวงศ์ภัทร
มัชฌิมธรรมทายาทหญิง อัยรินทร์ ฤทธิวงศ์ภัทร
        สุดท้ายนี้ ลูกๆมัชฌิมธรรมทายาทหญิง รุ่นที่ 18 ขอสัญญาว่า พวกเราจะเป็นกัลยาณมิตรที่ดีต่อกัน จะชักชวนกันทำความดี จะสร้างบารมีไปจนถึงที่สุดแห่งธรรมเลยค่ะ และพวกเราขอตั้งจิตอธิษฐาน ขอให้คุณครูไม่ใหญ่มีสุขภาพร่างกายแข็งแรง และมาสอนในโรงเรียนอนุบาลฝันในฝันวิทยาไปนานๆนะเจ้าค่ะ
กราบนมัสการด้วยความเคารพอย่างสูง
มัชฌิมธรรมทายาทหญิง รุ่นที่ 18

1.มัชฌิมธรรมทายาทหญิง ชลิตา ศรีมันตะ

มัชฌิมธรรมทายาทหญิง ชลิตา ศรีมันตะ
กราบนมัสการพระเดชพระคุณหลวงพ่อด้วยความเคารพอย่างสูง
 
        วันนี้ ลูกๆมัชฌิมธรรมทายาทหญิง มีข่าวดีที่สุดในโลกมากราบรายงานคุณครูไม่ใหญ่เจ้าค่ะ หลังจากที่คุณครูไม่ใหญ่ให้พร...ให้ลูกๆมัชฌิมธรรมทายาทหญิงยกชั้นเข้าถึงธรรม พวกเราก็ตั้งใจนั่งสมาธิ(Meditation)กันตัวตั้งเลยค่ะ และมีผลการปฏิบัติธรรมที่ดีทุกคนค่ะ ทุกคนได้พบกับความสงบ หลายคนเห็นความสว่าง บางคนก็เห็นดวงแก้วเห็นองค์พระค่ะ แล้วนอกจากจะนั่งสมาธิดีแล้ว โครงการนี้ยังสอนให้พวกหนูมีวินัย มีความเคารพ อดทน มีจิตอาสา พวกหนูได้รักษาศีลแปด ได้พบกับมิตรภาพสีขาวที่จะเป็นกัลยาณมิตรชักชวนกันเข้าวัดทำบุญ โครงการนี้ทำให้ชีวิตวัยรุ่นที่สดใสซาบซ่า มีความหมายมากขึ้น มีแนวทางในการดำเนินชีวิตที่ถูกต้องค่ะ และวันนี้ก็มีตัวแทนลูกๆมัชฌิมธรรมทายาทหญิง มากราบรายงานผลการปฏิบัติธรรมให้คุณครูไม่ใหญ่ได้ชื่นใจ ดังต่อไปนี้ค่ะ
 

 
        หนูชื่อ ชลิตา ศรีมันตะ หรือเรียกสั้นๆว่า น้องหมวย อายุ 15 ปีเจ้าค่ะ หนูมาอบรมในโครงการนี้ตั้งแต่เมื่อวันที่ 3 เมษายน พ.ศ.2554 ผ่านการอบรมไปแล้ว 28 วัน เหลืออีกเพียงวันเดียวก็จะจบโครงการแล้ว แต่หนูไม่อยากให้จบโครงการเลยค่ะ แต่ก่อนหนูซน ทโมนเหมือนเด็กผู้ชาย แต่พออบรมแล้วใครๆก็บอกว่าหนูเรียบร้อยขึ้นเยอะ เปลี่ยนจากลูกลิงเป็นแม่ลิง แล้วที่หนูดูสุขุมขึ้นก็เพราะได้นั่งสมาธินั่นเองค่ะ
 
ภาพวาดประสบการณ์ภายในของมัชฌิมธรรมทายาทหญิง ชลิตา ศรีมันตะ
 
ภาพวาดประสบการณ์ภายในของมัชฌิมธรรมทายาทหญิง ชลิตา ศรีมันตะ
 
 มัชฌิมธรรมทายาทหญิง ชลิตา ศรีมันตะ
 
มัชฌิมธรรมทายาทหญิง ชลิตา ศรีมันตะ
 
        เวลาหนูนั่งสมาธิ หนูจะหลับตาเบาๆ หยุดคิดเรื่องต่างๆ แล้วภาวนาสัมมาอะระหัง ถ้าฟุ้ง หนูก็จะนึกถึงบุญที่เคยทำ นั่งไปเรื่อยๆ ก็เหมือนตกจากที่สูง รู้สึกเสียวมากค่ะ แต่หนูก็ทำเฉยๆ สักพักใจก็นิ่งมาก รู้สึกเหมือนอยู่ตัวคนเดียว ตัวเบาสบายขยายออกได้ แล้วก็เห็นแสงสว่างมาก เกิดขึ้นในกลางท้อง หนูรู้สึกว่าตัวเองได้เข้าไปอยู่ในแสงสว่างนั้นด้วย แล้วอยู่ๆแสงสว่างก็หายไป แต่กลับมีองค์พระผุดขึ้นมาแทนค่ะ พอมองเฉยๆองค์พระก็ชัดขึ้น องค์พระกว้างหนึ่งคืบ สูงหนึ่งคืบ ตอนนั้นหนูมีความสุขมาก หนูมององค์พระไปเรื่อยๆก็รู้สึกสุขขึ้นเรื่อยๆ พอองค์ที่หนึ่งหายไปก็มีองค์ใหม่ขึ้นมาแทนที่ สวยงามมากค่ะ หนูเอาบุญทุกบุญและองค์พระมาฝากคุณครูไม่ใหญ่นะเจ้าคะ 

74 อุบาสิกาแก้วหน่ออ่อน กนกกร ดีสม

อุบาสิกาแก้วหน่ออ่อน รุ่นที่ 5
อุบาสิกาแก้วหน่ออ่อน รุ่นที่ 5
กราบนมัสการพระเดชพระคุณหลวงพ่อที่เคารพอย่างสูง
        ลูกชื่อ อุบาสิกาแก้วหน่ออ่อน กนกกร ดีสม อายุ 17 ปี ตัวแทนอุบาสิกาแก้วหน่ออ่อนจากศูนย์อบรมวัดพระธรรมกายระเบียงสองเจ้าค่ะ ลูกเป็นคนจังหวัดสุรินทร์ มาบวชอุบาสิกาแก้วหน่ออ่อนครั้งนี้เป็นครั้งที่สองแล้วค่ะ โดยในครั้งนี้ลูกมาบวชอีก เพราะคุณยายข้างบ้าน ฝากข่าวบุญนี้ผ่านมาทางคุณแม่ เพราะคุณยายเห็นว่าปิดเทอม อยู่บ้านว่างๆไม่ได้ทำอะไร พอคุณแม่มาบอกเรื่องบวชอุบาสิกาแก้วรุ่นนี้ ลูกก็รีบตอบไปเลยว่า “ไม่ไปค่ะ” แต่คุณแม่ก็ยังถามย้ำว่า “ขอถามอีกครั้งสิว่าจะบวชหรือไม่บวช” ลูกก็อึ้งๆไปสักพัก แล้วก็ตอบไปใหม่ว่า “หนูเปลี่ยนใจแล้ว...ปิดเทอมนี้หนูไปบวชดีกว่าค่ะ” ลูกตอบไปทั้งที่ยังงงๆ ไม่รู้เหมือนกันว่าทำไมถึงตอบไปแบบนั้น
        แต่พอเข้าโครงการบวชครั้งนี้แล้ว บอกได้คำเดียวจริงๆค่ะว่า “มีความสุขมาก” รู้สึกว่าตัวเองตัดสินใจถูกต้องจริงๆที่ได้เข้ามาบวชในครั้งนี้ เพราะการบวชในครั้งนี้ ทำให้ลูกได้พบกับประสบการณ์ภายในอย่างที่ไม่เคยเจอมาก่อน ตอนแรกๆที่ลูกนั่งสมาธิ(Meditation) ลูกก็มีอาการเหมือนคนอื่นๆเลยค่ะ คือ นั่งเป็นหลับ ขยับเป็นเมื่อย แถมหลับตาก็มืดตื้อมืดมิด แต่แอบคิดในใจนะคะว่า “คนอย่างเราต้องเข้าถึงธรรมได้แน่ๆ” ดังนั้น ทุกรอบของการนั่ง ลูกจะพยายามทำใจนิ่งๆไปเรื่อยๆ
อุบาสิกาแก้วหน่ออ่อน กนกกร ดีสม
อุบาสิกาแก้วหน่ออ่อน กนกกร ดีสม
        จนกระทั่งผ่านไป 2-3 วัน ลูกก็เข้าปฏิบัติธรรมรอบบ่ายตามปกติ ก่อนนั่งลูกได้อธิษฐานจิต ขอให้การนั่งรอบนี้มีใจที่หยุดนิ่งและได้เห็นองค์พระกับเขาบ้าง หลังจากนั้นลูกก็วางใจนิ่งๆสบายๆไม่คิดฟุ้งซ่านอะไรเลย ปล่อยวางทุกสิ่ง ใจมันรู้สึกเบาๆสบายๆ เหมือนไม่มีอะไรอยู่ในใจเลย และไม่นานลูกก็เห็นองค์พระแก้วใสค่อยๆปรากฏขึ้นมาที่กลางท้อง องค์พระมีขนาดเล็ก ค่อยๆแผ่ออกไปได้เรื่อยๆค่ะ ท่านแผ่จนเต็มท้องของลูกเลยค่ะ องค์พระใสสว่างเหมือนแก้ว ลูกนั่งมองท่านไปเรื่อยๆไม่คิดอะไรเลยจนหมดรอบของการนั่งสมาธิค่ะ ตอนนั้นใจลูกนิ่งและมีความสุขอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน จนอยากจะแบ่งปันความสุขนี้ให้กับทุกคนค่ะ
 ภาพวาดประสบการ์ภายในของอุบาสิกาแก้ว กนกกร ดีสม
ภาพวาดประสบการ์ภายในของอุบาสิกาแก้ว กนกกร ดีสม
        พอลืมตาขึ้นมา ลูกก็รู้สึกสบายใจอย่างบอกไม่ถูก ไม่ว่าจะหลับตาหรือลืมตาลูกก็เห็นองค์พระอยู่ที่กลางท้องตลอดเวลา หลวงพ่อเจ้าคะ เดี๋ยวนี้ลูกหลับตาไม่มืดมิดเหมือนเมื่อก่อนอีกแล้วค่ะ ไม่ว่าลูกจะอยู่ในอิริยาบถไหน เพียงแค่ลูกเอาใจหยุดนิ่งลงไปที่กลางท้อง ลูกก็จะเห็นองค์พระอยู่ที่กลางท้องเสมอค่ะ ลูกรู้สึกรักองค์พระองค์นี้มาก เหมือนท่านคอยคุ้มครองและคอยอยู่กับลูกตลอดเวลา ทำให้ลูกมีสติในการดำเนินชีวิต ไม่ว่าลูกจะทำอะไร ก็รู้สึกปลาบปลื้มใจและสุขใจไปหมดเลยค่ะ
        ลูกกราบขอบพระคุณหลวงพ่อเป็นอย่างสูง ที่ได้นำทางชีวิตของลูกให้อยู่แต่ในบุญ เวลาที่ได้เห็นหลวงพ่อผ่านทางหน้าจอดีเอ็มซี มันทำให้ใจของลูกเย็นและสงบขึ้น ธรรมะที่หลวงพ่อสอนทำให้ลูกมีหลักในการดำเนินชีวิต ลูกมีความสุขทุกครั้งที่ได้เห็นหลวงพ่อค่ะ หลวงพ่อเจ้าคะ...ลูกๆอุบาสิกาแก้ว รุ่นผู้นำฟื้นฟูศีลธรรมโลกทุกคน มีความในใจฝากถึงหลวงพ่อว่า “ลูกๆ อุบาสิกาแก้ว รุ่นผู้นำฟื้นฟูศีลธรรมโลกทุกคนรักและเคารพหลวงพ่อมากๆเลยนะเจ้าคะ และพวกเราผู้นำอุบาสิกาแก้วทุกคนจะขอหยัดสู้ อยู่กู้พระพุทธศาสนากับหลวงพ่อ ในทุกๆโครงการเลยเจ้าค่ะ”
กราบนมัสการด้วยความเคารพอย่างสูง

อุบาสิกาแก้วหน่ออ่อน กนกกร ดีสม

73 ธรรมทายาทหญิง สุนิสา เจริญมังสัง

ธรรมทายาทหญิง สุนิสา เจริญมังสัง
ธรรมทายาทหญิง สุนิสา เจริญมังสัง 
กราบนมัสการพระเดชพระคุณหลวงพ่อที่เคารพอย่างสูงค่ะ
        ลูกชื่อ ธรรมทายาทหญิง สุนิสา เจริญมังสัง อายุ 19 ปี กำลังศึกษาอยู่คณะรัฐศาสตร์ ชั้นปีที่ 1 มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ค่ะ ช่วงแรกของการนั่งสมาธิในโครงการฯ ลูกนั่งท่ามกลางความมืด ปวดและเมื่อยมากๆ มองไม่เห็นอะไรเลย แต่ลูกก็ไม่ยอมแพ้ค่ะ จนอยู่มาวันหนึ่ง ลูกก็นั่งสมาธิเหมือนทุกๆวัน แต่ประสบการณ์ภายในของลูกกลับไม่เหมือนเดิม ลูกได้พบกับสิ่งที่หลายคนแสวงหา ด้วยวิธีการไม่แสวงหาค่ะ คือ จากความมืดและเมื่อย เริ่มกลายเป็นความโล่ง โปร่ง เบา สบาย ขึ้นมาเอง อยู่ดีๆลูกก็เห็นแสงสว่างจ้าเหมือนพระอาทิตย์ตอนเที่ยงวันเลยค่ะ พอนั่งไปเรื่อยๆก็มีดวงแก้วผุดขึ้นมาจากศูนย์กลางกาย แล้วค่อยๆขยาย จากหนึ่งดวงกลายเป็นสองดวง และสามดวง ขยายตามมาเรื่อยๆเหมือนดวงแก้วไปตามพี่ตามน้องออกมาเป็นครอบครัวดวงแก้ว ออกมาเป็นสายจนนับไม่ไหวเลยค่ะ
        เดี๋ยวนี้เวลาลูกนั่งสมาธิ ลูกจะเห็นดวงแก้วผุดขึ้นมาเป็นสายอย่างนี้อยู่เรื่อยๆ และเมื่อวันอาทิตย์ต้นเดือนที่ผ่านมา ขณะที่นั่งสมาธิบูชาข้าวพระ ลูกปล่อยใจตามเสียงของหลวงพ่อ ณ เวลานั้น ลูกรู้สึกราวกับว่า “เสียงของหลวงพ่อดังออกมาจากศูนย์กลางกายของลูกตลอดเวลา” เสียงนั้นชัดเจน และดังก้องอยู่ภายในศูนย์กลางกายของลูก ลูกนั่งสมาธิได้พิเศษกว่าวันอื่นๆ คือ ดวงแก้วที่ลูกเห็นนั้นมีองค์พระผุดขึ้นมากลางดวงแก้วด้วยค่ะ ลูกปลื้มใจอย่างบอกไม่ถูก ความสุขภายในเกิดขึ้นอย่างมากมาย สุขดีที่หนึ่งเลยค่ะ
        ตอนนี้ลูกเข้าใจแล้วว่า “ทำไมพี่ๆชมรมพุทธฯ ถึงอยากให้ลูกมาอบรมธรรมทายาทหญิง เพราะสิ่งที่ลูกได้รับกลับมานั้นมีค่ามาก ไม่อาจเทียบได้กับการเรียนซัมเมอร์ (Summer) ที่มหาวิทยาลัย แต่ลูกกลับได้เรียนซัมเมอร์ในมหาวิทยาลัยชีวิตที่มีเพื่อนๆจากมหาวิทยาลัยกว่า 94 สถาบัน นับรวมๆแล้วก็กว่า 400 คนค่ะ มีพระเดชพระคุณหลวงพ่อคุณครูไม่ใหญ่เป็นผู้สอน อีกทั้งพระอาจารย์และพี่เลี้ยงที่คอยดูแลเอาใจใส่ลูก ทำให้ลูกๆทุกคนมีความสุขมากๆเจ้าค่ะ
 พบกับสิ่งที่หลายคนแสวงหา ด้วยวิธีการไม่แสวงหา
ธรรมทายาทหญิง สุนิสา เจริญมังสัง
"พบกับสิ่งที่หลายคนแสวงหา ด้วยวิธีการไม่แสวงหา"
         สุดท้ายนี้ ลูกในฐานะตัวแทนของธรรมทายาทหญิง รุ่นที่ 28 ทุกคน ขอกราบถวายบุญทุกๆบุญที่ลูกๆได้ตั้งใจฝึกฝนอบรมตนเองจากการมาอบรมธรรมทายาทหญิงในครั้งนี้ แด่พระเดชพระคุณหลวงพ่อ ขอให้พระเดชพระคุณหลวงพ่อมีสุขภาพร่างกายแข็งแรง ลูกๆทุกคนจะตั้งใจกลับไปทำหน้าที่กัลยาณมิตร ขยายแสงสว่างในมหาวิทยาลัยของลูกๆต่อไปเจ้าค่ะ
กราบนมัสการด้วยความเคารพอย่างสูง
ธรรมทายาทหญิง สุนิสา เจริญมังสัง
 ธรรมทายาทหญิง รุ่นที่ 28
ธรรมทายาทหญิง รุ่นที่ 28
 ธรรมทายาทหญิง รุ่นที่ 28
พิธีจุดประทีปถวายเป็นพุทธบูชา
 ธรรมทายาทหญิง รุ่นที่ 28
นั่งสมาธิ กลั่นใจใสๆเป็นประจำทุกวัน ตลอดการอบรม