วันศุกร์ที่ 8 กรกฎาคม พ.ศ. 2559

70 อุบาสิกาแก้วหน่ออ่อน วิมล เดชรอด

อุบาสิกาแก้วหน่ออ่อน วิมล เดชรอด
อุบาสิกาแก้ววิมล เดชรอด
        ลูกชื่อ อุบาสิกาแก้วหน่ออ่อน วิมล เดชรอด อายุ 43 ปี ตัวแทนอุบาสิกาแก้วหน่ออ่อนจากศูนย์อบรมวัดจินดิตวิหาร กรุงเทพมหานครค่ะ ลูกทำงานเป็นผู้จัดการเขตสาขาของบริษัทนมบีทาเก้น ปกติลูกเป็นคนชอบไหว้พระ ทำบุญ แต่ไม่เคยปฏิบัติธรรมยาวๆเลยสักครั้ง วันหนึ่งผ่านไปตรงซอยลาดพร้าว 80 เห็นป้ายโฆษณาชวนบวชอุบาสิกาแก้วหน่ออ่อนติดอยู่ตรงริมถนน เห็นปุ๊บก็อยากบวชปั๊บ จึงตัดสินใจลางานมาบวชในทันทีค่ะ วันแรกที่เข้าโครงการลูกได้นั่งสมาธินานมาก เกิดมาไม่เคยนั่งนานอย่างนี้มาก่อน มันจึงเมื่อยไปหมด ทั้งเป็นเหน็บ ทั้งปวดขา ทำให้ไม่อยากนั่ง จนคิดที่จะม้วนเสื่อกลับบ้านวันละหลายๆหน แต่พอได้คุยกับป้าๆที่เคยบวชมาก่อนก็ได้รับคำแนะนำให้อธิษฐานจิตค่ะ ลูกจึงอธิษฐานจิตถึงหลวงพ่อ “ขอให้ลูกได้ทำสิ่งดีนี้สำเร็จ ให้ได้บุญเยอะๆ”
  
        ในวันต่อมา ลูกก็นั่งสมาธิได้ดีขึ้น ในขณะที่กำลังฟังเสียงพระอาจารย์นำนั่ง ลูกก็นำจิตมาตั้งไว้ที่กลางท้อง รู้สึกว่าใจมันเริ่มสงบไม่คิดอะไรเลย ทำตามเสียงพระอาจารย์ไปเรื่อยๆก็รู้สึกเหมือนจะเคลิ้มๆคล้ายๆอยู่ในความฝัน ในท้องก็กลายเป็นโพลง โล่งๆลึกๆเวิ้งว้าง น่ากลัวมากค่ะ แต่ลูกก็ยังนิ่งๆ แป๊บเดียวก็เห็นดวงไฟสีฟ้าอ่อนๆเป็นดวงกลมๆขอบแตก ลอยเข้ามาในท้อง จากที่สว่างนิดๆก็ค่อยๆสว่างจ้า ตอนนั้นใจมันนิ่งสุดๆตัวเบาสบาย ไม่เจ็บไม่ปวด ไม่เป็นเหน็บ เหมือนเราไม่ได้นั่งทับขาตัวเอง แล้วดวงไฟก็กลายเป็นองค์พระขนาดเล็กกว่าฝ่ามือ มีแสงสว่างสีฟ้ากระจายอยู่รอบๆ ลูกเห็นท่านชัดมาก ผิวกายของท่านเป็นสีเหลืองทอง อยู่ในท่านั่งสมาธิ ให้ความรู้สึกที่ดีมาก และไม่น่าเชื่อว่าแค่หลับตาจะรู้สึกได้แบบนี้
 ภาพวาดประสบการณ์ภายในของอุบาสิกาแก้ว วิมล เดชรอด
ภาพวาดประสบการณ์ภายในของอุบาสิกาแก้ววิมล เดชรอด
        ลูกสัมผัสว่าได้บุญเยอะ จึงนึกส่งบุญไปให้แม่ อุทิศบุญไปให้พ่อ คุณตา คุณยาย ให้ทุกๆคนได้บุญบวชกับลูกด้วยค่ะ เวลามององค์พระจะรู้สึกมีความสุขมาก เหมือนเราสบายใจอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน แล้วก็อยากนั่งสมาธิไปเรื่อยๆไม่อยากลืมตาเลยค่ะ

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น