กราบแทบเท้าพระเดชพระคุณหลวงพ่อที่เคารพอย่างสูง
1. ลูกเณร ชื่อ สามเณร วีรพงษ์ บัวศรี หรือ สามเณร วีอายุ 12 ปี เป็นคนกระบี่ครับโยมพ่อโยมแม่ของลูกเณรทำอาชีพขายผลไม้ ลูกเณรเข้าวัดพระธรรมกายเมื่อปี พ.ศ. 2554 เพราะโยมแม่มาบวชเป็นอุบาสิกาแก้วหน่ออ่อน โยมแม่ได้เข้าร่วมพิธีรับผ้าสะไบแก้ว ลูกเณรเลยได้ขึ้นรถมาวัดพระธรรมกายด้วย
สามเณรวีรพงษ์ บัวศรี โครงการหน่อแก้วเปรียญธรรม รุ่นที่ 2
ตอนนั้นหลวงพ่อนำนั่งสมาธิ(Meditation) พอลูกเณรนั่งตาม มันรู้สึกสบายมากๆ ครับ ลูกเณรเห็นหลวงพ่อทางโทรทัศน์ ลูกเณรรู้สึกศรัทธาหลวงพ่อมาก เลยไปถามพระอาจารย์ที่เป็นหัวหน้าศูนย์จังหวัดกระบี่ว่า “ทำยังไงถึงจะได้นั่งสมาธิกับหลวงพ่อตัวจริง” พระอาจารย์บอกว่า “ให้ลูกเณร จบ ป.6 ก่อนถึงจะบอก” พอลูกเณร จบ ป.6 พระอาจารย์บอกว่า “ต้องบวชเรียนเป็นสามเณรวัดพระธรรมกายจึงจะเจอหลวงพ่อ” ลูกเณรก็เลยมาบวชในโครงการหน่อแก้วเปรียญธรรมครับ พอพระอาจารย์ถามว่า “ทำไมถึงอยากนั่งธรรมะกับหลวงพ่อ” ลูกเณรนิ่งแล้วน้ำตามันก็ไหลออกมา และตอบพระอาจารย์ไปว่า “ผมไม่รู้ครับ ผมรู้แต่ว่า ผมอยากมา และตอนนี้ผมก็ได้มาแล้วครับ” ลูกเณรได้เรียนรู้อะไรหลายอย่าง ได้รับบุญ ได้ฝึกระเบียบวินัย การฉัน การนุ่งห่ม การเดิน ต้องเรียบร้อย และได้สวดมนต์นั่งสมาธิ แล้ววันนี้ ลูกเณรก็มีผลการปฏิบัติธรรมมาถวายหลวงพ่อด้วยครับ
ตอนนั่งสมาธิ ลูกเณรจะนึกว่ากำลังอยู่ในห้องที่มืด ไม่มีแสงลอดผ่านมาได้ มองแล้วก็ไม่เห็นอะไรเลย แล้วลูกเณรก็นึกว่ามีองค์พระใสนิดๆ อยู่ที่ศูนย์กลางกายของลูกเณรครับ นึกไปก็ท่องสัมมาอะระหังในใจไปเรื่อยๆ สักพักองค์พระก็เริ่มใสขึ้นเรื่อยๆ และมีแสงสว่างเป็นรัศมีออกมารอบๆ องค์พระประมาณ 2 เซนติเมตรด้วยครับ ลูกเณรก็ท่องสัมมาอะระหังไปอีก 5-6 ครั้ง ก็มีดวงแก้วใสๆ เล็กๆ ผุดขึ้นมาจากกลางกายขององค์พระครับ แล้วดวงแก้วใสๆ ก็ขยายครอบคลุมองค์พระ จากนั้นก็ขยายครอบคลุมห้องที่มืด กลายเป็นห้องที่สว่างไสว ลูกเณรก็หยุดนิ่งกลางองค์พระใสๆ ไปเรื่อยๆ ท่านใสขึ้นไปอีกและขยายใหญ่ครอบคลุมตัวของลูกเณรเอาไว้ ลูกเณรรู้สึกสบายมากๆ เลยครับหลวงพ่อ
ภาพวาดจากประสบการณ์ภายในของสามเณรวีรพงษ์ บัวศรี
สามเณรวีรพงษ์ บัวศรี ในท่า Peace Position
หลวงพ่อครับ ลูกเณรตั้งใจจะบวชเรียนพระบาลีให้จบเปรียญธรรม 9 ประโยค และจะบวชอุทิศชีวิต เอาบุญให้โยมพ่อโยมแม่ และบูชาธรรมหลวงพ่อครับ ลูกเณรขอให้หลวงพ่อหล่อๆ แข็งแรงๆ อยู่กับลูกเณรไปนานๆ นะครับ



ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น