วันศุกร์ที่ 8 กรกฎาคม พ.ศ. 2559

72 ธรรมทายาทหญิง สุชาดา พันพัว

ธรรมทายาทหญิง สุชาดา พันพัว
ธรรมทายาทหญิง สุชาดา พันพัว 
กราบนมัสการพระเดชพระคุณหลวงพ่อที่เคารพอย่างสูงค่ะ
        ลูกชื่อ ธรรมทายาทหญิง สุชาดา พันพัว อายุ 20 ปี กำลังศึกษาคณะวิทยาศาสตร์ เอกคณิตศาสตร์ ชั้นปีที่ 2 มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี เจ้าค่ะ ก่อนที่ลูกจะมาอบรมธรรมทายาทหญิง ลูกเคยนั่งสมาธิ(Meditation)มาหลากหลายวิธี แต่ไม่เคยรู้สึกว่ามีความสุขเลย จนกระทั่งลูกได้มีโอกาสไปเข้าค่ายสมาธิกับพี่ๆชมรมพุทธฯ ลูกได้นั่งสมาธิกับพี่ๆและรู้สึกมีความสุขมาก ลูกจึงตัดสินใจมาอบรมธรรมทายาทหญิง เพราะอยากรู้ว่า “วัดพระธรรมกายมีการสอนสมาธิอย่างไร ทำไมคนจากทั่วโลกจึงได้หลั่งไหลมานั่งสมาธิกันเป็นแสนเป็นล้านคน
  
        พอเข้าโครงการแล้ว ตอนแรกลูกนั่งสมาธิได้พบแต่ความมืดมิด แต่ก็มีความรู้สึกสบายใจทุกครั้งนะคะ เหมือนเป็นการพักผ่อนจากส่วนลึก รู้สึกเบิกบาน ใจมันเกลี้ยงๆ สดใส และยิ้มได้ง่ายขึ้นทุกวัน จนกระทั่งวันหนึ่ง ลูกนั่งสมาธิไปเรื่อยๆตามปกติ เมื่อยก็ขยับ ทำใจนิ่งๆไม่คิดอะไร อยู่ๆก็เกิดแสงสว่างวาบขึ้นมาจากกลางท้อง เป็นแสงมหัศจรรย์ที่กลืนกินความเมื่อยความง่วงไปจากตัวลูกหมดเลย ลูกรู้สึกเหมือนไม่มีตัวเราอีกต่อไป รู้สึกสบายมากๆ
        เมื่อได้ขึ้นไปปฏิบัติธรรมที่สนแก้ววนาราม จังหวัดเชียงใหม่ ลูกก็นั่งแบบทำใจนิ่งๆสบายๆ นึกว่ามีดวงแก้วอยู่กลางท้อง ตอนแรกดวงแก้วนั้นไม่ค่อยชัดเท่าไหร่ แต่ลูกก็เฉยๆไม่คิดอะไร และก็น่าแปลกมากเลยค่ะ เพราะดวงแก้วนั้นค่อยๆชัดขึ้นๆเรื่อยๆ โดยที่ลูกไม่ได้พยายามนึกให้ชัด แค่ทำใจหยุดนิ่งเท่านั้น แค่หลับตาเฉยๆดวงแก้วก็ชัดขึ้นเองค่ะ และสิ่งที่ลูกไม่คาดคิดก็เกิดขึ้น จากดวงแก้วสวยใสชัดเจน อยู่ๆก็เปลี่ยนเป็นองค์พระแก้วใสขนาดเท่าตัวลูก ท่านนั่งหันหน้าไปทางเดียวกันกับลูก แล้วตัวลูกก็กลายเป็นองค์พระ
 ความสุขที่ได้จากสมาธินั้นมากมายมหาศาล
ธรรมทายาทหญิง สุชาดา พันพัว
 “ความสุขที่ได้จากสมาธินั้นมากมายมหาศาล”
        ลูกขอยืนยันว่า “ความสุขที่ได้จากสมาธินั้นมากมายมหาศาล” ตั้งแต่เกิดมายังไม่เคยมีความสุขอะไรเท่ากับ “เราเป็นพระ พระเป็นเรา” แบบนี้เลยค่ะ ความสุขทางโลกจากการฟังเพลงที่ชอบ ดูหนังที่ใช่ อ่านหนังสือที่คลั่งไคล้ ก็ไม่เคยได้รับความสุขใจเท่านี้จริงๆนะคะ
กราบนมัสการด้วยความเคารพอย่างสูง
ธรรมทายาทหญิง สุชาดา พันพัว

71 อุบาสิกาแก้วหน่ออ่อน สวัสดิ์ ท้วมเกร็ด

อุบาสิกาแก้วหน่ออ่อน สวัสดิ์ ท้วมเกร็ด
อุบาสิกาแก้วสวัสดิ์ ท้วมเกร็ด
        ลูกชื่อ อุบาสิกาแก้วหน่ออ่อน สวัสดิ์ ท้วมเกร็ด อายุ 65 ปี ตัวแทนอุบาสิกาแก้วหน่ออ่อนจากศูนย์อบรมวัดพรหมสุวรรณสามัคคี กรุงเทพมหานครค่ะ ลูกมาวัดพระธรรมกายครั้งแรก เมื่อปี พ.ศ.2529 ตอนนั้นสุขภาพไม่ค่อยดี แต่ลูกก็โชคดี เพราะมีโอกาสได้มากราบคุณยายอาจารย์ ซึ่งท่านได้เมตตาเอามือลูบศีรษะให้พรและบอกว่า “ถ้าหายดีแล้วให้มาช่วยงานยายนะ” ตอนนั้น ลูกไม่รู้เลยว่า คุณยายอาจารย์เป็นใคร มีความสำคัญอย่างไร แต่แค่ได้เห็นหน้าท่านก็รู้สึกมีความสุขมากค่ะ หลังจากนั้นลูกก็มาสั่งสมบุญที่วัดอย่างสม่ำเสมอ นั่งสมาธิทุกวันไม่ต่ำกว่าวันละ 2 ชั่วโมง แล้วสุขภาพก็ดีขึ้น แข็งแรงขึ้นเรื่อยๆอย่างน่าอัศจรรย์ ต่อมาก็ได้มีโอกาสขึ้นไปปฏิบัติธรรมกับหลวงพ่อบนดอยสุเทพ มีผลการปฏิบัติธรรม คือ เห็นแสงสว่างและองค์พระ แต่องค์พระก็จะมาแบบชัดบ้างไม่ชัดบ้าง
  
        จนกระทั่ง ลูกได้มาเข้าอบรมเป็นอุบาสิกาแก้วหน่ออ่อน ซึ่งครั้งนี้ก็เป็นครั้งที่ 5 แล้วค่ะ และมีผลการปฏิบัติธรรมดีขึ้นอย่างเห็นได้ชัดเลยค่ะ เวลานั่งสมาธิ ลูกจะทำใจให้นิ่งๆก่อน พอรู้สึกว่าสงบดีแล้ว จึงค่อยๆปิดเปลือกตาลงเบาๆ นึกถึงแต่องค์พระเพียงอย่างเดียว สักพักจะรู้สึกมีความเย็นเกิดขึ้นในท้อง และเหมือนนั่งอยู่คนเดียว พอใจนิ่งมากก็เห็นองค์พระเป็นจุดเล็กๆใสๆ ค่อยๆขยายใหญ่ขึ้นอย่างช้าๆจนคลุมร่างของลูกไว้ องค์พระสวยใสยิ่งกว่าเพชร มีความชุ่มเย็น สว่างเหมือนดวงอาทิตย์ ท่านนั่งขัดสมาธิอยู่ตรงศูนย์กลางกายฐานที่เจ็ด ถ้ายิ่งนั่งนานๆ ท่านก็จะยิ่งใส ใจของเราก็ยิ่งสบาย แล้วองค์พระก็ยิ้มให้ลูกด้วย ทำให้ลูกมีความสุขมาก สุขมากกว่าการมีเงินทองกองท่วมหัวเสียอีกนะคะ 
 ภาพวาดประสบการ์ภายในของอุบาสิกาแก้ว สวัสดิ์ ท้วมเกร็ด
ภาพวาดประสบการ์ภายในของอุบาสิกาแก้วสวัสดิ์ ท้วมเกร็ด
        พอลืมตาแล้วองค์พระก็ยังอยู่ เหมือนท่านอยู่กับเราตลอดเวลา เป็นที่พึ่งเป็นหลักใจที่ดีที่สุดของลูกค่ะ เวลามีความทุกข์หรืออุปสรรคเข้ามาในชีวิต พอนั่งสมาธิอธิษฐานจิตกับองค์พระ ทุกอย่างก็จะผ่านพ้นไปด้วยดี ลูกจะขอเอาวันเวลาที่มีอยู่ในชีวิตช่วยงานหลวงพ่อและคุณยายอาจารย์อย่างเต็มที่ ถ้าจบโครงการแล้ว ลูกก็จะรีบออกไปลุยตามชายแมนแมนให้มาบวชแสนเข้าพรรษาให้ได้มากที่สุดค่ะ

70 อุบาสิกาแก้วหน่ออ่อน วิมล เดชรอด

อุบาสิกาแก้วหน่ออ่อน วิมล เดชรอด
อุบาสิกาแก้ววิมล เดชรอด
        ลูกชื่อ อุบาสิกาแก้วหน่ออ่อน วิมล เดชรอด อายุ 43 ปี ตัวแทนอุบาสิกาแก้วหน่ออ่อนจากศูนย์อบรมวัดจินดิตวิหาร กรุงเทพมหานครค่ะ ลูกทำงานเป็นผู้จัดการเขตสาขาของบริษัทนมบีทาเก้น ปกติลูกเป็นคนชอบไหว้พระ ทำบุญ แต่ไม่เคยปฏิบัติธรรมยาวๆเลยสักครั้ง วันหนึ่งผ่านไปตรงซอยลาดพร้าว 80 เห็นป้ายโฆษณาชวนบวชอุบาสิกาแก้วหน่ออ่อนติดอยู่ตรงริมถนน เห็นปุ๊บก็อยากบวชปั๊บ จึงตัดสินใจลางานมาบวชในทันทีค่ะ วันแรกที่เข้าโครงการลูกได้นั่งสมาธินานมาก เกิดมาไม่เคยนั่งนานอย่างนี้มาก่อน มันจึงเมื่อยไปหมด ทั้งเป็นเหน็บ ทั้งปวดขา ทำให้ไม่อยากนั่ง จนคิดที่จะม้วนเสื่อกลับบ้านวันละหลายๆหน แต่พอได้คุยกับป้าๆที่เคยบวชมาก่อนก็ได้รับคำแนะนำให้อธิษฐานจิตค่ะ ลูกจึงอธิษฐานจิตถึงหลวงพ่อ “ขอให้ลูกได้ทำสิ่งดีนี้สำเร็จ ให้ได้บุญเยอะๆ”
  
        ในวันต่อมา ลูกก็นั่งสมาธิได้ดีขึ้น ในขณะที่กำลังฟังเสียงพระอาจารย์นำนั่ง ลูกก็นำจิตมาตั้งไว้ที่กลางท้อง รู้สึกว่าใจมันเริ่มสงบไม่คิดอะไรเลย ทำตามเสียงพระอาจารย์ไปเรื่อยๆก็รู้สึกเหมือนจะเคลิ้มๆคล้ายๆอยู่ในความฝัน ในท้องก็กลายเป็นโพลง โล่งๆลึกๆเวิ้งว้าง น่ากลัวมากค่ะ แต่ลูกก็ยังนิ่งๆ แป๊บเดียวก็เห็นดวงไฟสีฟ้าอ่อนๆเป็นดวงกลมๆขอบแตก ลอยเข้ามาในท้อง จากที่สว่างนิดๆก็ค่อยๆสว่างจ้า ตอนนั้นใจมันนิ่งสุดๆตัวเบาสบาย ไม่เจ็บไม่ปวด ไม่เป็นเหน็บ เหมือนเราไม่ได้นั่งทับขาตัวเอง แล้วดวงไฟก็กลายเป็นองค์พระขนาดเล็กกว่าฝ่ามือ มีแสงสว่างสีฟ้ากระจายอยู่รอบๆ ลูกเห็นท่านชัดมาก ผิวกายของท่านเป็นสีเหลืองทอง อยู่ในท่านั่งสมาธิ ให้ความรู้สึกที่ดีมาก และไม่น่าเชื่อว่าแค่หลับตาจะรู้สึกได้แบบนี้
 ภาพวาดประสบการณ์ภายในของอุบาสิกาแก้ว วิมล เดชรอด
ภาพวาดประสบการณ์ภายในของอุบาสิกาแก้ววิมล เดชรอด
        ลูกสัมผัสว่าได้บุญเยอะ จึงนึกส่งบุญไปให้แม่ อุทิศบุญไปให้พ่อ คุณตา คุณยาย ให้ทุกๆคนได้บุญบวชกับลูกด้วยค่ะ เวลามององค์พระจะรู้สึกมีความสุขมาก เหมือนเราสบายใจอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน แล้วก็อยากนั่งสมาธิไปเรื่อยๆไม่อยากลืมตาเลยค่ะ

69 อุบาสิกาแก้วสร้อยทิพย์ เตยศรี

อุบาสิกาแก้วสร้อยทิพย์ เตยศรี
อุบาสิกาแก้วสร้อยทิพย์ เตยศรี
        ลูกชื่อ อุบาสิกาแก้วหน่ออ่อน สร้อยทิพย์ เตยศรี อายุ 46 ปี ตัวแทนอุบาสิกาแก้วหน่ออ่อนจากศูนย์อบรมวัดอมราวราราม กรุงเทพมหานคร ลูกเคยมาวัดพระธรรมกาย 2 ครั้ง ครั้งแรกมาบวชเป็นอุบาสิกาแก้ว เมื่อปี พ.ศ.2541 และมางานวันวิสาขบูชา เมื่อ 2 ปีที่แล้ว มาปีนี้มีคนทักให้ลูกต้องทำบุญต่ออายุ และประจวบกับมีแม่ชีแนะนำให้มาบวชเป็นอุบาสิกาแก้วหน่ออ่อน ลูกจึงตัดสินใจบวชทันที เพราะอยากบวชเอาบุญให้คุณแม่ อยากให้ท่านมีสุขภาพแข็งแรง อยากบวชให้พี่ชายและบวชให้กับตนเองค่ะ 
  
        หลังจากได้ดูวีดีโอประวัติการสร้างวัดพระธรรมกาย ได้เห็นภาพขอพระเดชพระคุณหลวงปู่ฯ พระเดชพระคุณหลวงพ่อคุณยายอาจารย์ อยู่ๆน้ำตาก็ไหลอาบแก้ม ลูกรู้สึกเหมือนตัวเองได้กลับบ้าน กลับมาพบกับครูบาอาจารย์ที่อบอุ่นและยิ่งใหญ่ พอไปนั่งสมาธิ(Meditation)จิตใจก็ดีมาก ลูกนั่งสมาธิตามเสียงการนำนั่งของหลวงพ่อ โดยหลับตาเบาๆ ทำใจสบายๆ อยู่ๆก็เห็นภาพของรูปหล่อทองคำพระเดชพระคุณหลวงปู่ฯ และภาพของคุณยายอาจารย์ ลอยเข้ามาใกล้เหมือนเรากำลังซูม (Zoom) ภาพเข้ามา แล้วใจก็รวมไปเอง เหมือนกำลังดิ่งลงไปในอุโมงค์ ใจมันวิ่งปื๊ด แล้วก็รู้สึกว่าตัวมันโล่ง เหมือนไม่มีตัวตน ใจก็ดิ่งลงไปตรงกลางเรื่อยๆ มีแต่อารมณ์สบาย
        อยู่ๆก็มีความสว่างเหมือนดวงอาทิตย์ที่อยู่ไกลๆเข้ามาในท้อง ดวงใหญ่ประมาณหนึ่งฝ่ามือ เป็นแสงขาวๆสว่างจ้า ตรงขอบๆจะลางๆ แต่ว่ามีความสว่างที่มากกว่าอยู่ในนั้น ลูกก็ภาวนาสัมมาอะระหังไปเรื่อยๆ ไม่คิดอะไร จนหมดเวลา ตอนนั้นรู้สึกว่าใจมันอิ่มๆ พอลืมตาแล้ว ตัวก็โล่งไปหมด ในท้องก็โปร่งๆ แล้วก็ยิ้มได้คนเดียว เดินไปเข้าห้องน้ำ เดินไปรับบุญ ก็ยิ้มไม่หุบเลยค่ะ ใจมันนิ่งๆ สงบ สบาย บอกได้แต่ซ้ำๆว่า “มีความสุขจริงๆค่ะ”
ภาพวาดประสบการณ์ภายในของอุบาสิกาแก้ว สร้อยทิพย์ เตยศรี
ภาพวาดประสบการณ์ภายในของอุบาสิกาแก้ว สร้อยทิพย์ เตยศรี
        ตอนนี้ ลูกมีความตั้งใจในการบวชเป็นอย่างมาก โครงการนี้ให้อะไรดีๆกว่าที่คิดไว้ เหมือนเราลงทุนศูนย์บาท แต่ได้กลับคืนมาอย่างมากมาย จนประเมินค่าไม่ได้ ลูกอยากให้เพื่อนๆอุบาสิกาแก้วหน่ออ่อนทุกคน ตั้งใจนั่งสมาธิจะได้พบกับความสุขภายใน ที่จะหาจากที่ไหนไม่ได้จริงๆค่ะ

68 อุบาสิกาแก้วอัมพร ขันทะวิชัย

อุบาสิกาแก้วอัมพร ขันทะวิชัย
อุบาสิกาแก้วอัมพร ขันทะวิชัย
        ลูกชื่อ อุบาสิกาแก้วหน่ออ่อน อัมพร ขันทะวิชัย อายุ 64 ปี ตัวแทนอุบาสิกาแก้วหน่ออ่อนจากศูนย์อบรมวัดบ้านหนองปลาดุก จังหวัดนครพนม ลูกมาบวชเป็นอุบาสิกาแก้วหน่ออ่อนครั้งนี้เป็นครั้งที่ 4 แล้วค่ะ ตั้งแต่ที่ได้มารับผ้าสไบแก้ว ได้รู้จักวัดพระธรรมกาย ลูกก็ติดอกติดใจ รู้สึกว่าวัดพระธรรมกายอลังการมาก และมีเจ้าอาวาสที่ดีมากๆด้วย ลูกขอยกให้เป็นที่หนึ่งเลยค่ะ ตั้งแต่เจอวัดแล้ว ลูกก็รักวัดมาก และไม่ว่าหลวงพ่อจะมีโครงการบวชกี่ครั้งต่อกี่ครั้ง ลูกก็ลุยแหลก...ชวนคนบวชอย่างไม่ยั้ง จนคนแถวบ้านเขาหาว่าลูกเพี้ยน วันๆไม่ทำอะไรเอาแต่ชวนคนบวช แต่ลูกก็ไม่สนใจค่ะ ยิ่งเขาปฏิเสธ ลูกก็ยิ่งต้องชวนให้ได้ ลูกไม่เคยย่อท้อ และในครั้งนี้ลูกก็ชวนคนมาบวชอุบาสิกาแก้วหน่ออ่อนได้ถึง 200 กว่าคนเลยค่ะ
        พอเข้าอบรมแล้ว ลูกได้นั่งสมาธิตามเสียงของหลวงพ่อ หลวงพ่อบอกให้หลับตานิ่งๆ ทำตัวเบาๆ ลูกก็ทำตาม แล้วใจมันก็นิ่งไปเอง ไม่คิดอะไรเลย สักพักก็เห็นแสงสว่างเจิดจ้าพุ่งออกมาจากในตัว แล้วก็เห็นดวงแก้วลอยมาแต่ไกล ลูกก็มองตามนิ่งๆไม่ให้คลาดสายตา มองไปมองมาก็เห็นดวงแก้วเต็มไปหมด ลูกเล็กก็มี ลูกใหญ่ก็มี พอภาวนาสัมมาอะระหัง อยู่ๆก็เห็นองค์พระสีเหลืองทองลอยอยู่ข้างหน้า แป๊บเดียวท่านก็เข้ามานั่งอยู่ตรงเหนือสะดือสองนิ้วมือ ลูกก็งงๆ ไม่รู้ท่านเข้ามาได้อย่างไร แต่ตอนนั้นใจนิ่งมาก ใจมันอยู่กับตัวไม่ไปไหนเลย แล้วยิ่งนิ่ง ตัวก็ยิ่งเบา องค์พระก็ชัดขึ้น ใสขึ้น ท่านมีลักษณะเหมือนพระพุทธรูปที่อยู่ที่วัดพระธรรมกาย เป็นแก้วใสๆทั้งองค์ ใหญ่ประมาณ 4 นิ้วมือ นั่งสมาธิหันหน้าไปทางเดียวกันกับลูก เวลามององค์พระ ใจมันจะอิ่มๆ ดีใจ ภูมิใจอย่างบอกไม่ถูก แล้วรู้สึกว่าใจจะดีขึ้น เย็นขึ้น ความโกรธก็ลดลงด้วยนะคะ ตอนนี้ไม่ว่าจะทำอะไรองค์พระก็ยังอยู่ และลูกก็จะหมั่นนึกถึงท่านเสมอค่ะ
ภาพวาดประสบการณ์ภายในของอุบาสิกาแก้วหน่ออ่อน อัมพร ขันทะวิชัย
ภาพวาดประสบการณ์ภายในของอุบาสิกาแก้วหน่ออ่อน อัมพร ขันทะวิชัย
        สุดท้ายนี้ ลูกขอเป็นตัวแทนอุบาสิกาแก้วหน่ออ่อนทั่วประเทศ กราบขอบพระคุณหลวงพ่อเป็นอย่างสูง ที่ทำให้ลูกผู้หญิงได้มาบวช ได้มาพบกับแสงสว่างในชีวิต ถ้าจบโครงการแล้ว ลูกๆอุบาสิกาแก้วหน่ออ่อนทุกคน จะออกไปชวนชายแมนแมนให้มาบวชแสนเข้าพรรษา จะทำให้สำเร็จ จะชวนบวชให้ได้เยอะที่สุดค่ะ

67 อุบาสิกาแก้วปจิตราพร สุขปรุง

อุบาสิกาแก้วปจิตราพร สุขปรุง
        ลูกชื่อ อุบาสิกาแก้วหน่ออ่อน ปจิตราพร สุขปรุง ตัวแทนอุบาสิกาแก้วหน่ออ่อนจากศูนย์อบรมอาคาร DDB เขตปทุมวัน กรุงเทพมหานครค่ะ ลูกเป็นชาวพุทธที่ชอบไหว้พระ ทำบุญ ชอบทำกิจกรรมทางพระพุทธศาสนา ย้อนไปเมื่อหลายปีก่อน ลูกเห็นป้ายเชิญชวนให้มาร่วมงานหล่อรูปเหมือนทองคำพระเดชพระคุณหลวงปู่ฯ เห็นแล้วก็อยากมามาก พอมาถึงวัดพระธรรมกายครั้งแรก มองไปทางไหนก็ตื่นตาตื่นใจ เห็นคนเยอแยะเต็มไปหมด ตอนนั้นทั้งทึ่ง ทั้งปลื้ม ไม่คิดว่าจะมีคนมาทำบุญมากมายมหาศาลขนาดนี้ ทำบุญกันคึกคักอย่างกับเชียร์กีฬาสีเลยค่ะ แต่หลังจากนั้นลูกก็ไม่มีโอกาสได้มาวัดพระธรรมกายอีก จนกระทั่งได้ไปเข้าคอร์สฝึกโยคะที่ศูนย์เยาวชนบ่อนไก่ พอดีห้องเรียนโยคะอยู่ติดกับห้องปฏิบัติธรรมของศูนย์กัลยาณมิตรจากวัดพระธรรมกาย ลูกจึงมีโอกาสได้เข้าไปทำบุญที่ศูนย์อยู่เรื่อยๆ แล้วเจ้าหน้าที่ก็ส่ง SMS มาชวนบวชเป็นอุบาสิกาแก้วหน่ออ่อนรุ่นที่ 1 ตอนนั้นใจมันอยากบวชนะคะ แต่ก็ยังไม่มีโอกาส จนกระทั่งครั้งนี้ ลูกสามารถเคลียร์งานได้จึงได้มาบวชสมใจค่ะ
        การที่ลูกมีพื้นฐานในการฝึกโยคะมาก่อน จึงรู้จักการผ่อนคลายร่างกายและจิตใจ ซึ่งก็พ้องกันกับวิธีนั่งสมาธิ(Meditation) พระอาจารย์สอนให้นึกถึงองค์พระ-ดวงแก้ว อย่างผ่อนคลายสบายๆ ลูกก็สามารถปรับกายปรับใจให้เข้าสู่ความสบายได้ง่ายๆ ลูกเพียรฝึกนั่งสมาธิโดยใช้ความวิริยะและอดทน นั่งโดยนึกถึงดวงแก้วที่มีองค์พระใสๆอยู่ด้านใน ให้วิ่งไปตามฐาน ตั้งแต่ฐานที่หนึ่งถึงฐานที่เจ็ด โดยกำหนดจิตนิ่งๆ นั่งไปเรื่อยๆ ก็เห็นภาพดวงแก้ววิ่งไปตามนั้นจนถึงฐานที่เจ็ด ก็นึกให้มีดวงแก้วอยู่ภายใน ตอนนั้นรู้สึกปล่อยวาง ทิ้งความคิดทั้งหมด ไม่สนใจอะไรเลย แล้วดวงแก้วก็ค่อยๆชัดขึ้น องค์พระก็ชัดขึ้น โดยไม่ต้องทำอะไรเลย ใจของลูกหยุดนิ่งอยู่กับดวงแก้วและองค์พระ พอลืมตาแล้วองค์พระก็ยังอยู่ ทำให้ลูกรู้สึกสบายใจ สุขใจอย่างบอกไม่ถูก อยากนั่งอยู่อย่างนั้นตลอดไป ไม่อยากออกจากสมาธิเลยค่ะ
ภาพวาดประสบการณ์ภายในของอุบาสิกาแก้วปจิตราพร สุขปรุง
ภาพวาดประสบการณ์ภายในของอุบาสิกาแก้วปจิตราพร สุขปรุง
        ตอนนี้ ลูกไม่ได้นั่งสมาธิแบบเดินตามฐานแล้วนะคะ เพราะว่าหลับตาไม่นานก็จะเห็นดวงแก้วและองค์พระได้เลย ในตัวก็มี คลุมตัวก็มี ท่านอยู่แบบซ้อนๆกันเยอะมาก ตลอดเวลาเลยค่ะ การได้พบกับประสบการณ์ภายในแบบนี้ เป็นความรู้สึกที่แสนจะอัศจรรย์ใจ ลูกดีใจมาก มีความสุขมาก เป็นสุขที่สุดอย่างที่ไม่เคยพบมาก่อน ลูกอยากให้คนทั้งโลกได้นั่งสมาธิ จะได้พบกับความสุขแบบนี้ทุกคน ในวันพรุ่งนี้ (วันอาทิตย์ที่ 5 มิถุนายน พ.ศ.2554) ลูกก็จะตั้งใจประกอบพิธีรับผ้าสไบแก้ว จะรักษาองค์พระให้ใสสว่างตลอดเวลาค่ะ

วันพฤหัสบดีที่ 7 กรกฎาคม พ.ศ. 2559

66 จูเลียน พินซัน (Julian Pinzon)

จูเลียน พินซัน (Julian Pinzon)
จูเลียน พินซัน (Julian Pinzon)
ข้อมูลเบื้องต้น
- มาจากประเทศโคลัมเบีย
- อายุ 21 ปี
- ไม่มีศาสนา
- กำลังศึกษาระดับปริญญาตรี
บันทึกผลการปฏิบัติธรรมที่น่าสนใจ
วันที่ 5 - ในแต่ละครั้งที่ทำสมาธิ ผมรู้สึกว่าผมเพิ่มความสามารถในการควบคุมตัวเองและความกังวลต่างๆได้ดีขึ้นเรื่อยๆ ผมรู้สึกว่าตัวเองมีความสุขุมรอบคอบมากยิ่งขึ้น 
วันที่ 8 - ผมชอบจินตนาการว่าผมนั่งบนตอไม้ที่ปักอยู่กลางมหาสมุทร ผมผ่อนคลายร่างกายและฟังเสียงคลื่นและลม มันทำให้ผมรู้สึกสบายและผ่อนคลาย ปลดปล่อยจากความรู้สึกทุกอย่าง ความสงบที่ผมได้รับช่วยให้ผมสามารถที่จะทำใจนิ่งได้กับเรื่องต่างๆได้ 
วันที่ 15 - การนึกนิมิตมีประโยชน์มากๆ ทำให้ผมรวมสมาธิและทำใจนิ่งได้นานขึ้น สิ่งที่เห็นด้วยตากับการเห็นด้วยใจมันต่างกันมากๆ
วันที่ 18 - วันนี้เป็นวันที่ผมมีผลการนั่งสมาธิที่ดีที่สุด รู้สึกได้ถึงความสุขสงบสันติ ทำให้ผมมีพลังและความสุขอย่างมากจริงๆ ยิ่งผมประคองนิมิตไว้ได้มากเท่าไหร่ ร่างกายของผมก็จะเบาและสงบมากขึ้นเท่านั้น 
วันที่ 38 - ผมอยู่กับนิมิตที่กลางกาย ทำให้ผมรู้สึกสบายมาก พอผมออกจากสมาธิแล้วผมก็พบว่าเหมือนมีพลังมากมายอยู่ภายในตัวผม 
สิ่งที่ได้รับจากโครงการฯ
        โครงการฯทำให้ผมฝึกฝนการควบคุมอารมณ์ มีความรอบคอบยิ่งขึ้น ใจของผมใสขึ้นมากเมื่อฝึกสมาธิมากเข้า นอกจากนี้ในการทำงานหรือกิจกรรมต่างๆ ผมมีความอดทนและสามารถพัฒนาความสัมพันธ์ต่อผู้คนรอบข้างได้ดียิ่งกว่าเดิม